หน้าเว็บ

ป้ายกำกับ

akb48 (141) HKT48 (47) NMB48 (33) SKE48 (32) keyakizaka46 (29) nogizaka46 (21) shimazaki haruka (21) sashihara rino (17) miyawaki sakura (11) BNK48 (9) NGT48 (7) Team 8 (5) sweat16 (4) SNH48 (2)

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

[บทความ] AKB48 เวลานี้แทบไม่มีเด็กใหม่ๆ ที่คนทั่วไปจำได้หรือ?

คุณสามารถบอกชื่อพวกเธอได้ทันทีเลยหรือไม่? (คำเฉลยอยู่ท้ายบทความ)
ในปลายปี 2015 ทากาฮาชิ มินามิ สมาชิกรุ่นก่อตั้งของAKB48ก็จะจบการศึกษาไปอีกคนแล้ว (จบการศึกษาในที่นี้หมายถึง "การออกจากสถานะ" แบบเดียวกับ "การจบการศึกษาจากโรงเรียน" นั่นแหละ) อะไรกำลังเกิดขึ้นกับสมาชิก (ในบทความอาจใช้เมมเบอร์แทน) ที่เหลืออยู่บ้าง ผมขอพูดถึงสักเล็กน้อยจากมุมมองคนที่ตามมาพักหนึ่งก็แล้วกัน



AKB48 (เอเคบีโฟร์ตี้เอท) หรือที่คนทั่วไปมักย่อเหลือแค่ AKB นั้นบัดนี้ได้ครบรอบ 10 ปีแล้ว ตลอดช่วงหลายๆปีมานี้ ทางวงAKBก็ได้มีเมมเบอร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงและสร้างชื่อแก่ตัวเองมาไม่น้อย เรียกว่า หลายคนแม้จะจบการศึกษาไปแล้ว แต่ก็ยังใช้ชีวิตอยู่ในวงการบันเทิงต่อไป อาทิ มาเอดะ อัตสึโกะ, โอชิมะ ยูโกะ, ชิโนดะ มาริโกะ, อิตาโนะ โทโมมิ และอีกหลายคน หลายคนสปอตไลท์ยังส่องมาที่พวกเธอ หลายคนก็ล้มหายไปจากวงการ บางคนก็fade (เฝด) ตัวออกไปประกอบธุรกิจอื่น คนที่พักงานไปหลายปีเพิ่งรีเทิร์นเข้าวงการก็มีไม่น้อย
คามิ 7 (ในรูปขาดอิตาโนะ โทโมมิ)

กล่าวคือในเวลาที่เหล่าศิษย์เก่ายังอยู่วง คนในระดับแม่เหล็กหรือ Kami 7 (คามิเซเว่น ไม่ใช่ คาไมเจ็ด) ก็เรียกว่าเป็นหน้าเป็นตาเป็นแม่เหล็กเรียกเงินค่าบัตรจับมือ, ค่าบัตรคอนเสิร์ต และเรตติ้งทีวีมาไม่ใช่น้อย เรียกว่า ต่อให้เมมเบอร์มีหลักร้อย แต่เอาเข้าจริงระดับแม่เหล็กก็มีเพียงหยิบมือ และที่ผ่านมาก็เพียงพอ เพราะทางAKSคงไม่นึกว่าวงAKB48จะเป็นธุรกิจที่กินยาวมา10ปีแบบนี้ (ปีแรกๆ ก็ได้ยินว่าขาดทุนเยอะนะ ไม่ได้กำไรดีแต่แรก) และตอนออดิชั่นก็เฟ้นหา "เด็กที่ไม่ใช่ที่ 1" มาเข้าวงอย่างต่อเนื่อง เพราะมองว่า "แฟนเพลง" จะเอาใจช่วยพวกเธอด้วยการ "อุดหนุน", "สนับสนุน" เด็กที่ไม่เพอร์เฟคต์มาแต่แรกพวกนั้น

แนวคิดก็คือแนวคิด แต่ความเป็นจริงมันไม่ง่าย เพราะปรากฎว่า "เด็กที่ไม่ใช่ที่ 1" ซึ่งโอตะคุ (แฟนเพลงผู้ทุ่มเท) โปรดปรานนักหนานั้น ไม่ใช่ว่า "คนวงการบันเทิง" จะโปรดปรานเสียทั้งหมด "โอกาส" ที่เปิดในAKBที่มีเด็กให้เลือกเป็นร้อยๆ เบอร์ ก็เปิดเพียงแค่จำนวนนับนิ้วมือได้ ซึ่งพออุนเอย์ (หรือ ฝ่ายการจัดการ) ทราบดังนั้นก็จำต้อง "ปั้นดินให้เป็นดาว" โดยคัดจากเด็กนับร้อยเหลือเพียงนับนิ้วได้ตามโควต้าของวงการ
 


(ภาพซ้าย อิตาโนะ โทโมมิ / ภาพขวา ซาชิฮาระ ริโนะ)

พอต้องปั้นดินให้เป็นดาวแล้ว การคัดคนก็ต้องคัดคนที่มีความโดดเด่นขึ้นมาและผลักดัน (โอชิ) ขึ้นมา โดยกลุ่มแรกๆ ที่ถูกผลักดันขึ้นมาก็เป็นพวกรุ่นแรกๆ สมาชิกของคามิ 7 รุ่นแรกนั้นล้วนแต่กลายเป็น "ตัวท็อป" ที่ "คนทั่วไป" จดจำได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นมาเอดะ อัตสึโกะ,โคจิมะ ฮารุนะ , ชิโนดะ มาริโกะ, ทากาฮาชิ มินามิ, โอชิมะ ยูโกะ, อิตาโนะ โทโมมิ และ  วาตานาเบะ มายุ เรียกได้ออกทีวีบ่อยมาก คนที่ไม่ใช่แฟน (non fan) ก็จะจดจำพวกเธอเป็นหน้าตาของวงได้ แล้วก็มีการเติมเอา คาชิวากิ ยูกิ กับ ซาชิฮาระ ริโนะ เติมๆ เข้ามาในภายหลัง แต่หลังจากนั้นก็ดูเหมือนเมมเบอร์ที่เด็กกว่านั้นจะไม่ได้รับการแยแสจาก non fan เท่าไหร่

ทำไมจึงต้องแคร์ non fan?
หากมองในแง่ของธุรกิจแล้ว การมีฐานแฟนที่ใหญ่ก็เป็นเรื่องที่ดี AKBเองก็เติบโตด้วยความเหนียวแน่นของแฟนเพลง แต่ปัญหาคือพวกเขาจงรักภักดีเกินไป หากวันใด ดาราระดับแม่เหล็กของวงเดินออกไป พวกเขาก็เดินตามออกไปด้วย ไม่ใช่ทุกคนจะย้ายความชอบจาก "โอชิเมม" ไปเป็นคนอื่นง่ายๆ หรอก ยอดขาดถล่มทลายที่เคยได้จากโอตะคุที่ทุ่มเทให้ตัวเองได้เจอตัวจริงของแม่เหล็กคนละหลายสิบแผ่น รวมกันหลายพันก็หลายหมื่นหลานแสนก็จะหายไปเพราะการออกจากวงของพวกแม่เหล็ก โอตะคุไม่ค่อยได้แคร์ "ตัววง" มากเท่า "ตัวไอดอล" พวกเขาสามารถตีจากได้ทันทีที่ต้องการอยู่แล้ว กล่าวคือ "ต้องสร้างตลาดใหม่ขึ้นมาจาก non fan , ต้อน non fan ให้เป็น fanให้ได้" หลายคนอาจลืมไปว่า "แฟนเพลงของวงๆนึงก็เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของประชากรในประเทศ ซึ่งแน่นอนไม่ใช่ "ทุกคน" ในประเทศครับ

หนทางแก้ไขคือ "เพิ่มแม่เหล็กคนใหม่"
จุดเปลี่ยนของAKB48วันนี้ อาจจะเริ่มจากการประกาศจบการศึกษาของเมมเบอร์หลักอย่าง มาเอดะ อัตสึโกะ ที่ดังที่สุดของวงในปี2012 (ซึ่งส่งผลให้มีการจบการศึกษาของเมมเบอร์มากมายหลังจากนั้น) ทำให้เกิดระบบ "ควบวง" หรือก็คือการดึงเอาเมมเบอร์จากวงน้อง (SKE48, NMB48, HKT48) มาเป็น "สมาชิกควบ" คือมีสถานะเป็นคนของทั้ง 2 วง เวลาออกทีวีในนามวงไหนก็เป็นเมมเบอร์ของวงนั้นทันที พร้อมกับกลับมา "ดันเด็ก" อีกครั้ง เพื่อมาอุดช่องว่างให้ตำแหน่งในวงไม่โบ๋ไปเฉยๆ และเป็นการ "หาหน้าใหม่ๆ มาเรียกแขก" นั่นเอง


พารูรุในปี 2012
"เด็กดัน" ที่เราเห็นกันค่อนข้างชัดเจนคือ ชิมาซากิ ฮารุกะ หรือ พารูรุ จากเมมเบอร์รุ่นที่ 9 ที่มีแฟนนิยมชมชอบสูงประมาณนึง ซึ่งเคยถูกดันและถูกดองมาพักใหญ่ๆ พารูรุกลับมาเป็นเมมเบอร์ที่มาออกทีวีมากขึ้น แม้จะได้รับบทเป็นไม้ประดับ นั่งสวยๆ มุมจอก็ตามที แต่ในปี2012 นั้นการให้เด็กมุมจอทีวีมารับบทนำในละครทีวี 2 เรื่องติดกันอย่าง บากะเรอา (ละครความร่วมมือAKBกับค่ายจอนนี่ / ซึ่งมีเด็กผู้หญิงดูไม่น้อย เพราะดาราชายจากฝั่งจอนนี่ เรตติ้งก็ดีพอประมาณ) และมาจิสึกะกักกุเอ็น 3 (ฉายหลังเที่ยงคืน เรตติ้งไม่ค่อยดี) นั้นก็ดูจะเป็นการดันที่สุดลิ่มทิ่มประตูซึ่งยังรวมไปถึง "ดวง" ที่โปรดิวเซอร์อากิโมโตะต้องการ คือ พารุเป็นเด็กดันในปี2012 ก็จริงแต่ปุบปับจะให้ "เซ็นเตอร์" เลยก็ดูจะโฉ่งฉ่างเกินไป แต่ดวงคนจะพุ่ง ก็ทำให้พารุชนะการประลองจังเค็น แต่ได้เป็นเซ็นเตอร์สมใจทีมงาน เรียกว่าเป็นเสือติดปีกหลายคู่จนพุ่งมาให้เป็นเมมเบอร์แถวหน้าในการรับรู้ของ non fan ได้ไม่ยากเย็น เพราะประวัติวงการบันเทิงที่จู่ๆ ก็มีเยอะขึ้นในรอบ 1 ปีของเธอ บวกกับ คาแร็กเตอร์ "ซื่อตรงกับตัวเองไม่เอาใจแฟนเพลง" ก็ถือเป็นของแปลกของวงการบันเทิงและเป็นจุดที่เรียกสาวๆ ที่คิดคล้ายๆ พารุมาเป็นแฟนคลับได้โดยไม่ต้องเหนื่อยออดอ้อนใคร (ตอนนี้ก็ติดลมบนโดยไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว) แต่ที่อาจจะดูผิดคาดไป ก็คือแฟนคลับของพารุนั้นก็กลายเป็นว่ามีประเภท "คนทั่วไป" ที่ไม่ได้บ้าเลือดทุ่มทุนสร้างมากกว่า "โอตะ" นั่นคือในแง่ของการขาย "สินค้า" ที่คนทั่วไปจับจองได้นั้น (นิตยสาร, หรือสินค้าอื่น) พารูรุจะขายได้มากกว่าเมมเบอร์คนอื่น แต่จะทำรายได้ในการจับมือได้น้อย เพราะแฟนคลับของเธอไม่ใช่แฟนคลับของAKB48นั่นเอง...


คาวาเอย์ รินะ (ในปี 2015)
ทว่า หลังการดันพารุแล้ว อุนเอย์ ก็มีการดันเด็กมาเป็นแพ็คเกจ อย่าง คาวาเอย์ รินะ (รุ่น11) , อิริยามะ อันนะ (ุรุ่น 10) และ คาโต้ เรนะ (รุ่น10) ในนามยูนิต อันริเรในช่วงปี 2013 และทยอยดันเด็กขึ้นมาเรื่อยๆ มากบ้างน้อยบ้าง แต่จนแล้วจนรอดคนที่อยู่ในความสนใจของ non fan  ได้ก็คือ "คนมีของ" หรือ "ผู้มีความสามารถจริงๆ" เท่านั้น คาวาเอย์ รินะ นั้นอาจพูดได้ด้วยอานิสงค์ของรายการทีวีเมจะอิเคะ ที่ส่งให้เธอเป็น "บากะเซ็นเตอร์" ที่มีจุดพิฆาตคือ "น่ารักนะแต่เรียนไม่เก่ง" ประกอบกับคดีทำร้ายร่างกายประวัติศาสตร์ในปี 2014 ที่ทำให้คาวาเอย์ รินะ กลายเป็น "นางเอกของละครที่เรียกว่าชีวิตจริง" เรียกว่ามีชื่อเสียงแทบจะมากที่สุดในบรรดาคนที่ถูกดันในยุคหลังพารูรุแล้ว แต่นั่นคือเรื่องราวก่อนเธอจบการศึกษาในปี 2015 นี้ (เพิ่มเติม ตอนนี้คาวาเอย์กำลังไปสวยในสายการแสดงละครครับ)

มิยาวากิ ซากุระ
นั่นแหละประเด็น แม้จะดันคาวาเอย์จนติดเพดาน ความโด่งดังเข้าขั้น "ใครๆก็รู้จัก" แต่กลับกลายเป็นเธอขอออกจากวงไปเสียก่อน และเป็นสิ่งที่ทางอุนเอย์ยังต้องใช้เวลาในการ "ดันเด็ก" ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะหลังจากพารูรุมาก็มีการดันเด็กขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จในการดันมากเท่าใด หลายคนยังมีเพียงโอตะคุเท่านั้นที่รู้จัก แต่คนทั่วไปไม่ได้รู้จักพวกเธอซักคน กลับกันเหล่าวงน้องสาวกลับมามีคนที่โด่งดังจริงๆ มากมาย หากมองในแง่กระเป๋าเงินแล้ว การหันไปดัน "เด็กควบ" ก็เป็นอะไรที่ "เหนื่อยน้อย" กว่า ดังเช่น มิยาวากิ ซากุระ เด็กควบจากวง HKT48 ที่ปัจจุบันแทบจะไม่ได้ทำงานกับวงHKT48มากไปกว่าอะไรที่เป็นกิจกรรมหลักของวง แต่กลับกลายว่าทำงานให้ AKB48 มากกว่าเสียด้วยซ้ำ แม้เธอจะรับบทนำในมาจิสึกะ กักกุเอ็น 4 และ 5 และ ยังภาค 0 อีกนั้น ก็ยังกังขาว่า "คนทั่วไป" จะจดจำหน้าตาและชื่อของเธอได้มากน้อยเพียงใด เพราะจุดขายของซากุระตอนนี้ นอกจากหน้าตากับความห่วยด้านกีฬาอย่างมากแล้ว ยังไม่มีจุดที่จะเรียกแขกจริงๆ จังๆเลย

แต่นั่นหมายถึง AKB48 ไม่มีเด็กใหม่ที่น่าสนใจเลยงั้นเหรอ? อันนี้น่ากลัวนะครับ

เมื่อพิจารณาถึงยอดชมคอนเสิร์ต ยอดขายบัตรจับมือ (หรือยอดขายCD) ที่มีเหล่าเด็กสาวเป็นตัวแปรสำคัญแล้ว หากปี 2016 ที่กำลังจะถึงนี้ AKB48 ที่ไร้แม่เหล็กจะมีชะตากรรมเป็นเช่นไร?

โปรดติดตามตอนต่อไป
สู้เขานะ ไอ้มดแดง สู้เขานะ (อากิโมโตะ) ยาสึชิ

ไม่ใช่ละ เหอๆ

(เฉลย รูปแรกสุด จากซ้าย คาโต้ เรนะ, ชิมาซากิ ฮารุกะ, โยโกยามะ ยุย, อิริยามะ อันนะ)

บทความโดย ต่อพงศ์ พณิชยกุล

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม